23 มิถุนายน 2562 ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กองทัพบก ลงพื้นที่ชุมชนชาวมลาบรี ตรวจเยี่ยมมอบสิ่งของดูความก้าวหน้าพื้นที่ โครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม้ห้วยลู่ ตามพระราชดำริ

ที่มา: http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG190623120331394

ที่บ้านห้วยลู่ หมู่ที่ 5 ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พลโท อรรฐพร โบสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กองทัพบก พร้อมคณะ ได้เดินทางตรวจเยี่ยม มอบสิ่งของ และติดตามความก้าวหน้าชุมชนชาวมลาบรี พื้นที่โครงการอนุรักษ์ป่าไม้ห้วยลู่ ตามพระราชดำริสมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี บ้านห้วยลู่ หมู่ 5 ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ซึ่งปัจจุบันมีชาวมลาบรี อาศัยอยู่จำนวน 19 ครัวเรือน และได้รับฟังความคิดเห็นของผู้นำชุมชนชาวมลาบรี เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา  สิ่งที่ชุมชนชาวมลาบรีต้องการให้ส่วนราชการช่วยเหลือดำเนินการในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนชาวมลาบรีให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งชาวมลาบรี บ้านห้วยลู่ ต้องการอยู่กับป่า เพื่อดูแลป่าไม้ และวิถีชีวิตที่อยู่กับป่าตั้งแต่ดั้งเดิม โดยสำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กองทัพบก ได้มีแนวคิดในการที่สร้างอาชีพให้ชาวมลาบรี บ้านห้วยลู่ โดยการปลูก กาแฟ ผัก ผลไม้เมืองหนาว ที่ปลอดสารพิษ และได้เน้นย้ำ 2 ข้อ คือ 1. ชาวมลาบรีบ้านห้วยลู่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด 2. ชาวมลาบรี จะไม่ใช้สารพิษ สารเคมีในการ ปลูกพืชผัก ต่างๆ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของชาวชุมชนเผ่าชาวมลาบรี ด้วย พลโท อรรฐพร โบสุวรรณกล่าวว่า บ้านห้วยลู่ ตำบลสะเนียน เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง ซึ่งหมู่บ้านอนุรักษ์ป่าไม้ เป็นพื้นที่ตามพระราชดำริ สมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานความช่วยเหลือให้กับชาวบ้านที่อยู่กระจัดกระจาย ให้หมู่บ้านเป็นสัดส่วนหลังใหญ่น่าอยู่ ผิดกับที่ได้ไปดูมาวันนั้น ที่บ้านท่าวะ ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ นั้นบ้านพักมันเหมือนแบบเป็นเพลิงชาวสลัม ที่กรุงเทพฯ เหมือนกับคนที่อยู่ตามใต้สะพาน และข้างกองขยะ อยู่ที่บ้านท่าวะ นั้นก็ทำงาน ให้กับพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยง หรือนายทุนเงินกู้ แต่ที่ห้วยลู่นี้ อยู่ที่นี่ทำงานก็ได้เงินเป็นของตัวเอง ปลูกมะม่วงก็ได้กินมะม่วง ปลูกกาแฟต่อไปก็จะทำกาแฟบดคั่ว เอามาขายได้ เป็นของตนเองทั้งนั้น ที่นี่มันก็เป็นอะไรที่ 1 มีป่าที่แพร่ไม่มี มีเสรี มีสันติ มีความเสมอภาค ซึ่งมนุษย์จะเป็นเผ่าไหนก็ตาม ก็ต้องอยู่กับปัจจัยนี้ ก็ได้รับพระเมตตาจากพระองค์ท่าน พร้อมกันนี้ ได้พักแรมที่บ้านห้วยลู่ เพื่อศึกษาและดูแลความเป็นอยู่ของชาวมลาบรี ได้ทำการพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และตกลงกับชาวมลาบรี ผู้มีหนี้สินค้างหนี้กับพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยง จะชดเชยให้ความช่วยเหลือโดยจ่ายหนี้ที่ไปกู้ยืมมาให้หมด เพื่อให้ชาวมลาบรีได้กลับเข้ามาอยู่พร้อมกันที่บ้านห้วยลู่ให้หมด นอกจากนี้ยังพบว่าชาวมลาบรีมีความก้าวหน้ามากขึ้น ซึ่งชาวมลาบรี ตั้งทีมฟุตบอล มลาบรี ยูไนเต็ด เพราะชาวมลาบรี เด็กและผู้ใหญ่ ทุกคนจะชอบเล่นฟุตบอล นอกจากนี้ชาวมลาบรี ยังมีเพลงประจำเผ่าของตัวเองอีกด้วย โดยทาง ผอ. สปร.ทบ. ยังได้เล่นฟุตบอลกับเด็กๆ และประกอบการทำสังขยาทาขนมปังแจกให้กับเยาวชนและผู้ใหญ่ทั้งหมู่บ้านได้กินอย่างเอร็ดอร่อยด้วยตนเองอีกด้วย พร้อมกับขอความเห็นชอบจากกลุ่มชุมชนชาวมลาบรี พร้อมที่จะนำชาวมลาบรี ที่อยู่ต่างหมู่บ้าน เข้ามาร่วมอยู่ที่บ้านห้วยลู่ โดยชาวมลาบรี ทุกคนต่างก็เห็นชอบด้วยโดยการยกมือกันทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่